การจัดการความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม

Creative and Innovation Management

1. เพื่อให้ผู้เรียนทราบและเข้าใจกลไกที่สอดคล้องกับการใช้นวัตกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ
2. สามารถอธิบายการเปลี่ยนแปลงและปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลต่อเทคโนโลยีขององค์กรได้
3. สามารถนำทักษะการออกแบบเชิงสร้างสรรค์และนวัตกรรมไปปฏิบัติจริงในกระบวนการธุรกิจได้
1. มุ่งเน้นสร้างผู้เรียนที่มีความรู้ครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎีควบคู่ไปกับทักษะการปฏิบัติจริง
2. พัฒนาผู้เรียนให้สามารถนำกระบวนการคิดสร้างสรรค์ไปแก้ปัญหา หรือพัฒนาต่อยอดจนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ที่เป็นนวัตกรรมได้ 
วิวัฒนาการของเทคโนโลยี สภาวะแวดล้อมของอุตสาหกรรม และความสามารถด้านเทคโนโลยีขององค์กร องค์ประกอบของความคิดสร้างสรรค์และการคิดเชิงวิเคราะห์ในระดับบุคคล ระดับกลุ่ม และระดับองค์กร ความสามารถในการสร้างนวัตกรรมระดับองค์กรและการจัดหารแหล่งเทคโนโลยี การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน การสร้างรูปแบบใหม่ทางการจัดการ การพัฒนาความสามารถในการออกแบบสร้างสรรค์ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปสู่การปฏิบัติ การบูรณาการเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางธุรกิจที่สอดข้องกับของบริบทธุรกิจ
1
ความซื่อสัตย์สุจริต: ไม่คัดลอกผลงาน วรรณกรรม หรือทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น (Plagiarism) ความรับผิดชอบ: มีวินัย ตรงต่อเวลา และรับผิดชอบต่อหน้าที่ในงานกลุ่มและงานส่วนบุคคล จรรยาบรรณทางวิชาชีพ: ตระหนักถึงผลกระทบของนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่มีต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
สอดแทรกในการสอน: ยกตัวอย่างกรณีศึกษา (Case Study) เกี่ยวกับจริยธรรมทางธุรกิจและการละเมิดลิขสิทธิ์ กำหนดกติกาชั้นเรียน: ตั้งเกณฑ์การหักคะแนนอย่างชัดเจนหากส่งงานล่าช้าหรือไม่เข้าเรียน การเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ: มอบหมายงานกลุ่มที่บังคับให้ทุกคนต้องแบ่งหน้าที่และรับผิดชอบร่วมกัน
ประเมินพฤติกรรม: ตรวจสอบการเข้าเรียนและการส่งงานตรงตามเวลาที่กำหนด การสังเกตการณ์: ดูความร่วมมือและการมีส่วนร่วมในกิจกรรมกลุ่ม ตรวจผลงาน: ตรวจสอบความถูกต้องของการอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลในรายงาน
ทฤษฎีและแนวคิด: วิวัฒนาการของเทคโนโลยี โครงสร้างและองค์ประกอบของความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม กระบวนการจัดการ: วิธีการบริหารจัดการนวัตกรรมในองค์กร การจัดหาเทคโนโลยี และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ การประยุกต์ใช้: การบูรณาการนวัตกรรมเข้ากับโมเดลธุรกิจเพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน
การบรรยาย: อธิบายแนวคิดและทฤษฎีพื้นฐานหลัก ๆ ของรายวิชา การอภิปรายกลุ่ม: แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ การเรียนรู้จากกรณีศึกษา: วิเคราะห์ความสำเร็จและความล้มเหลวขององค์กรนวัตกรรมระดับโลก
การทดสอบ: การสอบย่อย (Quiz) สอบกลางภาค และสอบปลายภาค การประเมินชิ้นงาน: ตรวจรายงานการวิเคราะห์กรณีศึกษาหรืองานวิจัยที่มอบหมาย การนำเสนอ: ประเมินความถูกต้องของเนื้อหาที่นักศึกษานำเสนอหน้าชั้นเรียน
การคิดวิเคราะห์: สามารถวิเคราะห์สภาวะแวดล้อมทางเทคโนโลยีและขีดความสามารถขององค์กรได้ การคิดสร้างสรรค์: สามารถคิดค้นแนวทาง แก้ไขปัญหา หรือออกแบบโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ ได้ การแก้ไขปัญหา: สามารถประยุกต์ใช้ความรู้ด้านนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์หรือแก้ปัญหาของธุรกิจจริงได้
การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-based Learning): ตั้งโจทย์ปัญหาธุรกิจจริงให้นักศึกษาหาแนวทางแก้ไข การระดมสมอง (Brainstorming): จัดกิจกรรมกลุ่มฝึกใช้เครื่องมือคิดสร้างสรรค์ เช่น Design Thinking หรือ SCAMPER การทำโครงงาน (Project-based Learning): มอบหมายให้คิดค้นและพัฒนาแนวคิดนวัตกรรมหรือผลิตภัณฑ์ใหม่
ประเมินโครงงาน: ตรวจสอบความสมเหตุสมผล ความคิดสร้างสรรค์ และความเป็นไปได้ของไอเดียนวัตกรรม ข้อสอบวัดวิเคราะห์: ใช้ข้อสอบอัตนัยที่เน้นการแก้ปัญหาและการประยุกต์ใช้มากกว่าการจำ การแก้โจทย์สด: ประเมินทักษะการคิดแก้ปัญหาเฉพาะหน้าจากกิจกรรมในชั้นเรียน
การทำงานเป็นทีม: สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นในฐานะผู้นำและผู้ตามที่ดีได้ การรับฟังความคิดเห็น: เคารพและยอมรับความแตกต่างทางความคิดของสมาชิกในกลุ่ม ทักษะการปรับตัว: สามารถปรับตัวเข้ากับสถานการณ์การทำงานที่เปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัลได้
กิจกรรมกลุ่ม: มอบหมายโครงงานพัฒนาชิ้นงานนวัตกรรมที่ต้องทำร่วมกันเป็นทีม การหมุนเวียนบทบาท: กำหนดให้มีการสลับบทบาทหน้าที่ภายในกลุ่ม เช่น เป็นหัวหน้ากลุ่ม ผู้นำเสนอ หรือผู้จดบันทึก การสะท้อนคิด (Reflection): จัดเซสชันให้สมาชิกในกลุ่มพูดคุยและวิจารณ์การทำงานของกันและกันเชิงบวก
การประเมินโดยเพื่อน (Peer Evaluation): ให้สมาชิกในกลุ่มให้คะแนนความรับผิดชอบและการทำงานร่วมกันของกันและกัน การสังเกตของอาจารย์: ดูพฤติกรรมการทำงานกลุ่มและการประสานงานระหว่างเรียน รายงานความคืบหน้า: ตรวจสอบการแบ่งงานและความรับผิดชอบในเล่มรายงานกลุ่ม
การวิเคราะห์ข้อมูล: สามารถค้นหา คัดกรอง และวิเคราะห์ข้อมูลเทรนด์เทคโนโลยีและสถิติตลาดได้ การสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ: สามารถนำเสนอไอเดียนวัตกรรมที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่ายและน่าสนใจ (Pitching) การใช้เทคโนโลยี: เลือกใช้เครื่องมือดิจิทัลและซอฟต์แวร์ในการสืบค้นข้อมูล ทำงานร่วมกัน และนำเสนอผลงานได้
การสืบค้นข้อมูล: มอบหมายงานที่ต้องใช้ฐานข้อมูลออนไลน์ เทรนด์โลก หรือข้อมูลสถิติเพื่อสนับสนุนไอเดีย การฝึกนำเสนอ: จัดกิจกรรมนำเสนอผลงานแบบจำกัดเวลา (เช่น Elevator Pitch) หรือการนำเสนอแบบมืออาชีพ ใช้เครื่องมือดิจิทัล: บังคับใช้แอปพลิเคชันในการทำงาน เช่น Canva (ออกแบบ), Miro/Padlet (ระดมสมอง), Google Workspace
ประเมินการนำเสนอ: ให้คะแนนทักษะการพูด การใช้ภาษา สื่อมัลติมีเดีย และการตอบคำถาม ตรวจคุณภาพข้อมูล: ดูความถูกต้องน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูลและการนำสถิติ/ตัวเลขมาใช้อ้างอิงในรายงาน ตรวจชิ้นงานดิจิทัล: ประเมินความเหมาะสมในการเลือกใช้เครื่องมือเทคโนโลยีในการสร้างสรรค์ชิ้นงาน
การสร้างต้นแบบ: มีทักษะในการลงมือทำ ปรับแต่ง และสร้างแบบจำลองนวัตกรรม (Prototype) ในระดับเบื้องต้นได้ การใช้เครื่องมือสร้างสรรค์: มีความคล่องแคล่วในการจับต้องและใช้งานเครื่องมือหรือโปรแกรมที่ใช้ในการสร้างนวัตกรรม
การสาธิตและฝึกปฏิบัติ (Demonstration & Practice): อาจารย์สาธิตการใช้เครื่องมือ หรือการทำชิ้นงานตัวอย่าง แล้วให้นักศึกษาทำตาม การทดลองทำ (Trial and Error): เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ลองสร้าง ผลิต หรือปรับปรุงตัวแบบนวัตกรรมด้วยตนเอง การเรียนรู้ในห้องปฏิบัติการ: ใช้ห้อง Lab คอมพิวเตอร์ หรือพื้นที่สร้างสรรค์ (Co-working/Maker space) ในการเรียน
ประเมินผลงานตัวแบบ (Prototype): ตรวจสอบความสมบูรณ์ ฟังก์ชันการทำงาน และความประณีตของชิ้นงานตัวอย่าง การทดสอบทักษะภาคปฏิบัติ: ประเมินความถูกต้องและความคล่องแคล่วในการใช้เครื่องมือหรือโปรแกรมขณะปฏิบัติงาน กระบวนการทำงาน: ตรวจสอบขั้นตอนการลงมือทำว่าถูกต้อง มีความปลอดภัย และเป็นไปตามกระบวนการที่ออกแบบไว้หรือไม่
กิจกรรมที่ ผลการเรียนรู้ * วิธีการประเมินผลนักศึกษา สัปดาห์ที่ประเมิน สัดส่วนของการประเมินผล
1 1.1, 1.2, 1.3, 4.1, 4.2 • ตรวจสอบเวลาเรียนและการตรงต่อเวลา • สังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในกิจกรรมชั้นเรียน • ประเมินการส่งงานตรงตามกำหนด 1-16 10%
2 2.1, 2.2, 5.1, 5.3 • การทดสอบย่อย (Quiz) • ใบงานรายบุคคลในชั้นเรียน • รายงานการวิเคราะห์กรณีศึกษาธุรกิจนวัตกรรม 3, 5, 11 15%
3 3.1, 3.2, 3.3, 6.1, 6.2 • โครงงานกลุ่มการคิดค้นและพัฒนาไอเดียนวัตกรรม • ตรวจประเมินตัวแบบผลิตภัณฑ์จำลอง (Prototype) 7 - 15 15%
4 5.2, 5.3 • การนำเสนอโครงงานกลุ่ม (Project Pitching) • ประเมินทักษะการสื่อสารและการใช้สื่อดิจิทัล 15 10%
5 4.1, 4.2, 4.3 • การประเมินผลโดยเพื่อนร่วมกลุ่ม (Peer Evaluation) • ประเมินความรับผิดชอบและการทำงานเป็นทีม 16 10%
6 2.1, 2.3, 3.1 การสอบกลางภาค (Midterm Examination) • ข้อสอบปรนัยและอัตนัยวัดความรู้และการวิเคราะห์ 8 15%
7 2.1, 2.3, 3.1, 3.3 การสอบปลายภาค (Final Examination) • ข้อสอบอัตนัยเน้นการประยุกต์ใช้และการบูรณาการ 17 15%
ณัฐพงษ์ ส่งเนียม. (2565). การจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Technology and Innovation Management). กรุงเทพฯ: มีน เซอร์วิส ซัพพลาย. ชลิตา มุ่งเกียรติภูมิ. (2566). ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมทางธุรกิจ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. เอกสารประกอบการสอนรายวิชา BBABA256 การจัดการความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม โดยคณาจารย์ภาควิชาบริหารธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจและศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา. Schilling, M. A. (2023). Strategic Management of Technological Innovation (7th ed.). McGraw-Hill Education.
กฎหมายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา: เว็บไซต์กรมทรัพย์สินทางปัญญา (Department of Intellectual Property - DIP) สำหรับศึกษาเรื่องสิทธิบัตรและลิขสิทธิ์ (www.ipthailand.go.th)
คอร์สออนไลน์ในระบบ CHULA MOOC / Thai MOOC ในหัวข้อ "Design Thinking" และ "Creative Thinking"
ระบบประเมินออนไลน์ ให้นักศึกษาทำแบบประเมินผลการเรียนรู้และการจัดการเรียนการสอนผ่านระบบสารสนเทศของมหาวิทยาลัยเมื่อสิ้นสุดภาคการศึกษา
การวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ อาจารย์ผู้สอนทำการวิเคราะห์ผลการเรียน คะแนนสอบ และคุณภาพของชิ้นงาน/ตัวแบบนวัตกรรม (Prototype) ของนักศึกษาเพื่อประเมินระดับความเข้าใจ
การจัดทำรายงาน มคอ.5 นำผลการประเมินจากข้อ 1 และข้อ 2 มาวิเคราะห์เพื่อหาจุดบกพร่อง และบันทึกแนวทางแก้ไขไว้ใน มคอ.5 ของทุกภาคการศึกษา
สัมภาษณ์นักศึกษาเกี่ยวกับความเข้าใจในคะแนนที่ได้รับ และความยุติธรรมในการประเมินผล
รวบรวมข้อมูลปัญหาและข้อจำกัดในการเรียนการสอน เพื่อเสนอขอปรับปรุงคำอธิบายรายวิชาเมื่อครบรอบการปรับปรุงหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต