สรีรวิทยา

Physiology

1.1 อธิบายหน้าที่และการทำงานของเซลล์ เนื้อเยื่อ และระบบอวัยวะต่าง ๆ อาทิ ระบบประสาท ระบบกล้ามเนื้อ ระบบไหลเวียนเลือด ระบบหายใจ ระบบทางเดินอาหร ระบบไต ระบบขับถ่ายปัสสาวะ ระบบต่อมไร้ท่อ ระบบสืบพันธุ์ การควบคุมอุณหภูมิร่างกาย การควบคุมสมดุลน้ำและกรด-ด่างในร่างกาย ของร่างกายมนุษย์ได้
1.2 อธิบายความผิดปกติในการทำงานของร่างกายมนุษย์และกลไกการเกิดโรคของระบบต่าง ๆ ในร่างกายมนุษย์ได้
1.3 บอกโรคที่สำคัญและพบบ่อยและสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ในการป้องกันโรคต่าง ๆ ได้
นักศึกษาสามารถนำความรู้ทางสรีรวิทยาไปประยุกต์ใช้กับหลักการโภชนาการ และการป้องกันโรคที่มีอยู่เดิมรวมถึงโรคอุบัติใหม่
มีการปรับปรุงเนื้อหาเพิ่มเติมเกี่ยวกับเนื้อหาวิชาให้ทันสมัยและเป็นปัจจุบัน
ศึกษาความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกลไกและการควบคุมการทำงานของระบบอวัยวะภายในร่างกายมนุษย์ การประยุกต์ความรู้พื้นฐานทางสรีรวิทยาในงานด้านอาหารและโภชนาการ  Study of normal processes and mechanisms in regulation of human organ functions; application of basic physiology in food and nutrition.
ดำเนินการจัดเวลาให้นักศึกษาสามารถเข้าพบเพื่อขอคําปรึกษาเป็นรายบุคคล หรือรายกลุ่มตามความต้องการเป็นเวลา 2 ชั่วโมง/สัปดาห์ (เฉพาะรายที่ต้องการ) ทั้งนี้ นักศึกษาสามารถนัดหมายล่วงหน้าได้ นอกเหนือจากนั้นแล้วในกรณีเร่งด่วนนักศึกษาสามารถส่งข้อความปรึกษาได้
1. มีคุณธรรม จริยธรรม ซื่อสัตย์สุจริต เสียสละ และสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ โดยนำความรู้ทางสรีรวิทยาไปใช้อย่างถูกต้องและมีความรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่น (รับผิดชอบหลัก)
3. มีวินัย ตรงต่อเวลา ขยัน และมีความรับผิดชอบต่อตนเอง วิชาชีพ และสังคม โดยแสดงออกผ่านการเรียน การส่งงาน และการมีส่วนร่วมในชั้นเรียนอย่างสม่ำเสมอ (รับผิดชอบรอง)
กำหนดให้มีวัฒนธรรมองค์กรเพื่อปลูกฝังให้นักศึกษามีระเบียบวินัยโดยเน้นการเข้าชั้นเรียนให้ตรงเวลา ตลอดจนกำหนดให้นักศึกษาแต่งกายเป็นไปตามระเบียบของมหาวิทยาลัย นักศึกษาต้องมีความรับผิดชอบโดยในการทำงานกลุ่ม ต้องฝึกให้รู้หน้าที่ของการเป็นผู้นำกลุ่ม และการเป็นสมาชิกกลุ่ม มีความซื่อสัตย์โดยไม่คัดลอกงานของผู้อื่น และไม่กระทำการทุจริตในการสอบ นอกจากนี้อาจารย์ผู้สอนยังสอดแทรกเรื่องคุณธรรมจริยธรรมในการสอน เช่น การยกย่องนักศึกษาที่ทำดีทำประโยชน์แก่ส่วนรวมเสียสละ
ประเมินจากการสังเกตพฤติกรรมในชั้นเรียน การตรงเวลาของนักศึกษาในการเข้าชั้นเรียน การแต่งกาย การส่งงานตามกำหนดระยะเวลาที่มอบหมายและการร่วมกิจกรรม ประเมินจากการมีวินัยและพร้อมเพียงของนักศึกษาในการเข้าร่วมกิจกรรมเสริมหลักสูตร ประเมินจากการกระทำทุจริตในการสอบ ประเมินจากความรับผิดชอบในหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
มีความรู้และความเข้าใจทั้งด้านทฤษฎีและหลักการในเนื้อหาสาขาวิชาธุรกิจอาหารและโภชนาการ โดยเฉพาะความรู้พื้นฐานทางสรีรวิทยาของมนุษย์ในระดับเซลล์ เนื้อเยื่อ และระบบอวัยวะต่าง ๆ รวมถึงกลไกการเกิดโรคและความผิดปกติของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย (รับผิดชอบหลัก) สามารถบูรณาการความรู้ทางสรีรวิทยาที่ศึกษากับความรู้ในศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง เช่น โภชนาการ และการป้องกันโรค เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในงานด้านธุรกิจอาหารและโภชนาการ (รับผิดชอบรอง)
ใช้การจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Student-Centered Learning) โดยผสมผสานรูปแบบการสอนที่หลากหลายให้เหมาะสมกับแต่ละหัวข้อ ได้แก่ 
1. การบรรยายประกอบสื่อ (Lecture with Interactive Media) บรรยายเนื้อหาพื้นฐานทางสรีรวิทยาด้วย PowerPoint พร้อมเปิดโอกาสให้นักศึกษาอภิปรายและซักถาม เพื่อสร้างความเข้าใจในกลไกการทำงานของระบบอวัยวะต่าง ๆ
2. การเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) จัดกิจกรรมในชั้นเรียนที่กระตุ้นให้นักศึกษามีส่วนร่วม เช่น เกมทดสอบความรู้ (Quiz/Game) การสาธิตทดลองง่ายด้วยตนเอง
3. การศึกษากรณีตัวอย่าง (Case Study) นำกรณีศึกษาโรคหรือความผิดปกติที่พบบ่อยในชีวิตจริงมาใช้วิเคราะห์ร่วมกันในชั้นเรียน เพื่อให้นักศึกษาเชื่อมโยงความรู้ทางสรีรวิทยากับสถานการณ์จริง
4. การเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative) มอบหมายให้นักศึกษาสืบค้นข้อมูลและแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกลุ่ม
5. การมอบหมายงานเพื่อประยุกต์ใช้ความรู้ มอบหมายงานที่เชื่อมโยงสรีรวิทยากับบริบทด้านอาหารและโภชนาการ โดยนักศึกษาสามารถเลือกรูปแบบการนำเสนอได้เอง
1. การสอบกลางภาคและปลายภาค วัดความรู้ความเข้าใจด้านทฤษฎีสรีรวิทยาและกลไกการทำงานของระบบอวัยวะต่าง ๆ โดยใช้ข้อสอบทั้งแบบปรนัยและอัตนัยที่ครอบคลุมเนื้อหาและกระตุ้นการคิดวิเคราะห์
2. งานที่มอบหมาย (ใบงาน/การบ้าน) ประเมินจากชิ้นงานที่นักศึกษาสืบค้นและนำเสนอข้อมูล สะท้อนความสามารถในการนำความรู้ไปใช้
3. การนำเสนอผลงานในชั้นเรียน ประเมินจากความถูกต้องของเนื้อหา ความสามารถในการสื่อสาร และความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบรูปแบบการนำเสนอ
4. การมีส่วนร่วมในกิจกรรม ประเมินจากการร่วมกิจกรรม Active Learning ในชั้นเรียน สะท้อนการเตรียมความพร้อมและความเข้าใจของนักศึกษา
มีทักษะในการนำความรู้ทางสรีรวิทยามาคิดวิเคราะห์และใช้อย่างเป็นระบบ เช่น การวิเคราะห์กลไกการเกิดโรค การเชื่อมโยงการทำงานของระบบอวัยวะกับพฤติกรรมการบริโภคอาหารและโภชนาการ รวมถึงการแก้ปัญหาจากกรณีศึกษาในบริบทของธุรกิจอาหารและโภชนาการ
1. ให้นักศึกษาฝึกคิดอย่างเป็นระบบ สามารถคิดวิเคราะห์ แสดงความคิดเห็นต่อปัญหาที่เกิดขึ้น
2. การมอบหมายงานการแก้ปัญหาจากโจทย์ปัญหาและกรณีศึกษา
3. จัดกิจกรรมที่เน้นการค้นคว้าและวิเคราะห์ข้อมูล
1. ประเมินจากชิ้นงานและการนำเสนอ พิจารณาจากความสามารถในการวิเคราะห์ และนำเสนอข้อมูลทางสรีรวิทยาอย่างมีเหตุผล รวมถึงความสร้างสรรค์ในการออกแบบรูปแบบการนำเสนอ
2. ประเมินจากข้อสอบที่วัดการคิดวิเคราะห์ ออกข้อสอบในรูปแบบอัตนัยหรือสถานการณ์ปัญหา ให้นักศึกษาอธิบายแนวคิด กลไก และวิธีการแก้ปัญหาโดยประยุกต์ความรู้ทางสรีรวิทยาที่เรียนมา ไม่เน้นการท่องจำเพียงอย่างเดียว
3. ประเมินจากการมีส่วนร่วมในกิจกรรม สังเกตคุณภาพของการอภิปราย การตั้งคำถาม และการแสดงความคิดเห็นในกิจกรรมต่าง ๆ ในชั้นเรียน
 
มีภาวะความเป็นผู้นำและผู้ตามได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถรับผิดชอบบทบาทของตนในการทำกิจกรรมกลุ่ม (รับผิดชอบรอง) สามารถทำงานเป็นทีมและแก้ไขข้อขัดแย้งได้อย่างเหมาะสม ผ่านการร่วมมือกันสืบค้น วิเคราะห์ และนำเสนอข้อมูลทางสรีรวิทยาร่วมกับเพื่อนในกลุ่ม
1. มอบหมายงานกลุ่มที่หมุนเวียนสมาชิกในแต่ละครั้ง เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกทำงานร่วมกับผู้อื่นที่หลากหลาย และปรับตัวกับบุคลิกภาพและแนวคิดที่แตกต่างกัน
2. กำหนดบทบาทความรับผิดชอบภายในกลุ่มและหมุนเวียนหน้าที่ในแต่ละงาน เช่น ผู้นำกลุ่ม ผู้สืบค้นข้อมูล ผู้นำเสนอ เพื่อให้นักศึกษาได้ประสบการณ์ทั้งการนำและการตาม
3. จัดกิจกรรมที่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างกลุ่ม หรือการออกแบบกิจกรรมให้ความรู้แก่เพื่อนในชั้นเรียน ซึ่งนักศึกษาต้องวางแผนและดำเนินการร่วมกัน
1. ประเมินความรับผิดชอบและการมีส่วนร่วมจากรายงานและชิ้นงานกลุ่ม โดยใช้คะแนนประเมินจากทั้งอาจารย์ผู้สอนและสมาชิกในกลุ่ม (Peer Evaluation)
2. ประเมินจากคุณภาพของชิ้นงานกลุ่มที่สะท้อนการทำงานร่วมกัน เช่น ความครบถ้วนของเนื้อหา ความสอดคล้องของรูปแบบการนำเสนอ และความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบกิจกรรม
3. สังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วมระหว่างกิจกรรมในชั้นเรียน เช่น การรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น การแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ และการช่วยเหลือเพื่อนในกลุ่ม
มีทักษะในการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอาหารและโภชนาการโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างสร้างสรรค์ เช่น การสืบค้นข้อมูลทางสรีรวิทยาและโภชนาการจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ การใช้เครื่องมือดิจิทัลในการคำนวณพลังงานและวิเคราะห์ข้อมูลด้านอาหาร ตลอดจนการนำเสนอผลลัพธ์ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย (รับผิดชอบหลัก) สามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งการพูดและการเขียน โดยเลือกใช้รูปแบบสื่อและเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการนำเสนอความรู้ทางสรีรวิทยาในบริบทของธุรกิจอาหารและโภชนาการ เช่น การทำวิดีโอ การออกแบบสื่อกราฟิก หรือการนำเสนอแบบ Interactive (รับผิดชอบรอง)
1. ใช้สื่อการสอนที่หลากหลายและน่าสนใจ เช่น ภาพเคลื่อนไหว วิดีโออธิบายกลไกของระบบอวัยวะ และ Infographic ทางสรีรวิทยา เพื่อกระตุ้นให้นักศึกษาเห็นตัวอย่างการใช้เทคโนโลยีในการสื่อสารความรู้วิทยาศาสตร์อย่างสร้างสรรค์
2. แนะนำเทคนิคการสืบค้นข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เช่น ฐานข้อมูลวิชาการ PubMed, Google Scholar และเว็บไซต์องค์กรสุขภาพระดับสากล เพื่อให้นักศึกษาสามารถค้นหาข้อมูลทางสรีรวิทยาและโภชนาการที่ทันสมัยได้ด้วยตนเอง
3. มอบหมายงานที่ต้องใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการสร้างสรรค์ชิ้นงาน โดยนักศึกษาสามารถเลือกรูปแบบและเครื่องมือที่ใช้ได้เอง
1. ประเมินจากการสืบค้นข้อมูล พิจารณาความสามารถในการเลือกใช้แหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ความถูกต้องของข้อมูลทางสรีรวิทยาที่นำมาใช้ และการอ้างอิงแหล่งที่มาอย่างเหมาะสม
2. ประเมินจากรูปแบบและคุณภาพของสื่อที่ใช้นำเสนอ พิจารณาความเหมาะสมของเทคโนโลยีที่เลือกใช้ ความชัดเจนในการสื่อสาร และความสร้างสรรค์ในการออกแบบชิ้นงาน
3. ประเมินจากทักษะการสื่อสาร พิจารณาความสามารถในการนำเสนอข้อมูลทางสรีรวิทยาได้อย่างถูกต้อง กระชับ และเข้าใจง่าย ทั้งในรูปแบบการพูดหน้าชั้นเรียนและชิ้นงานที่เป็นลายลักษณ์อักษร
 
แผนที่แสดงการกระจายความรับผิดชอบมาตรฐานผลการเรียนรู้จากหลักสู่รายวิชา (Curriculum Mapping)
กลุ่มวิชา 1. คุณธรรม จริยธรรม 2. ความรู้ 3. ทักษะทางปัญญา 4. ทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ 5. ทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลขและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
ลำดับ รหัสวิชา ชื่อวิชา 1 2 3 4 1 2 3 1 2 1 2 3 4 1 2 3
1 BSCFN105 สรีรวิทยา
กิจกรรมที่ ผลการเรียนรู้ * วิธีการประเมินผลนักศึกษา สัปดาห์ที่ประเมิน สัดส่วนของการประเมินผล
1 ด้านคุณธรรม จริยธรรม สังเกตพฤติกรรมการเข้าชั้นเรียน การแต่งกาย การส่งงานตามกำหนด ความซื่อสัตย์ในการสอบ และการมีส่วนร่วมในกิจกรรม ตลอดภาคการศึกษา 10%
2 ด้านความรู้ สอบกลางภาค สอบปลายภาค (ข้อสอบปรนัยและอัตนัย) 9, 17 30%, 30%
3 ด้านทักษะทางปัญญา ใบงาน/การบ้าน การนำเสนอผลงานกลุ่มและการวิเคราะห์ Case Study (ประเมินความถูกต้องของเนื้อหา ความสามารถในการวิเคราะห์ และความคิดสร้างสรรค์) ตลอดภาคการศึกษา 25%
4 ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ Peer Evaluation ประเมินการมีส่วนร่วม ความรับผิดชอบในบทบาทกลุ่ม และการรับฟังความคิดเห็นผู้อื่น สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่มและการมีส่วนร่วมในกิจกรรม ตลอดภาคการศึกษา
5 ทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสารและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่ต้องพัฒนา ประเมินจากรูปแบบและคุณภาพของสื่อที่ใช้นำเสนอในชิ้นงาน (เช่น วิดีโอ Infographic สไลด์) และความเหมาะสมของแหล่งข้อมูลที่อ้างอิง ตลอดภาคการศึกษา 5%
1. คณาจารย์ ภาควิชาสรีรวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (2557). สรีรวิทยา 1 พิมพ์ครั้งที่ 5 กรุงเทพฯ : เท็กซ์ แอนด์ เจอร์นัล พับลิเคชั่น จำกัด
2. คณาจารย์ ภาควิชาสรีรวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (2557). สรีรวิทยา 2 พิมพ์ครั้งที่ 5 กรุงเทพฯ : เท็กซ์ แอนด์ เจอร์นัล พับลิเคชั่น จำกัด
3. รัชฎา แก่นสาร์ และคณะ (2565). สรีรวิทยา 1 ฉบับปรับปรุงใหม่ พิมพ์ครั้งที่ 4 นนทบุรี : โครงการสวัสดิการวิชาการ สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณะสุข
4.  รัชฎา แก่นสาร์ และคณะ (2565). สรีรวิทยา 1 ฉบับปรับปรุงใหม่ พิมพ์ครั้งที่ 2 นนทบุรี : โครงการสวัสดิการวิชาการ สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณะสุข
5. จักรกฤษณ์ ทองคำ และ สุนีย์ สหัสโพธิ์ (2567). โภชนาการพื้นฐาน พิมพ์ครั้งที่ 5 กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
6. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อุบล ชื่นสำราญ (2565). โภชนาการมนุษย์ พิมพ์ครั้งที่ 1 กรุงเทพฯ : โอ. เอส. พริ้นติ้ง เฮ้าส์
7. สุนีย์ สหัสโพธิ์ (2564). โภชนบำบัด พิมพ์ครั้งที่ 2 กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
8. นฤมล ลีลายุวัฒน์ (2566). บทบาทของโภชนาการและการออกกำลังกายต่อเมทาบอลิซึม พิมพ์ครั้งที่ 1 กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
9. รองศาสตรจารย์ ดร.กรุณี ขวัญบุญจัน (2563). โรคที่เกิดจากความเจริญยุคใหม่ บทบาทของโภชนาการ วิถีชีวิต และพันธุกรรม กรุงเทพฯ : ฮั่วน้ำพริ้นติ้ง จำกัด
ให้นักศึกษาทุกคนประเมินประสิทธิผลของรายวิชา โดย
1.1 สนทนากลุ่มระหว่างผู้สอนและผู้เรียน
1.2 ผลการเรียนของนักศึกษา
1.3 แบบประเมินผู้สอนและแบบประเมินรายวิชาพื่อการปรับปรุงรายวิชา ผ่านระบบออนไลน์
1. การประเมินการสอน สอดคล้องกับวิธีการสอน และวิธีประเมินการสอนที่ปรากฏในหมวด 4 การพัฒนาผลการเรียนรู้ของนักศึกษา
2. จำนวนหรือร้อยละของผู้เข้าเรียนแต่ละคาบ และการสังเกตพฤติกรรม
3. คำถาม หรือแบบทดสอบ ผลการเรียนรู้ ทั้งห้าด้าน
4. ผลการประเมินผู้สอนของนักศึกษาและนำข้อมูลที่ได้มาดำเนินการปรับปรุงหรือเพิ่มประสิทธิภาพการสอนต่อไป
หลังจากทราบผลประเมินการสอนและผลประเมินรายวิชา จะนำข้อเสนอมาปรับปรุงการสอน โดยจัดกิจกรรมระดมสมองร่วมกับนักศึกษา หาข้อมูลเพิ่มเติม เช่น การจัดสัมมนาการเรียนการสอน การทำวิจัยในชั้นเรียน
ในระหว่างกระบวนการสอนรายวิชา มีการทวนสอบผลสัมฤทธิ์ในรายหัวข้อ ตามที่คาดหวังจากการเรียนรู้ในวิชา ได้จากการสอบถามนักศึกษา หรือการสุ่มตรวจผลงานของนักศึกษา ผลการทดสอบย่อย รวมถึงพิจารณาจากการประเมินพฤติกรรมของผู้เรียน
จากผลการประเมินและการทวนผลสัมฤทธิ์ประสิทธิผลรายวิชา  ได้มีการวางแผนปรับปรุงการสอนและรายละเอียดรายวิชา  โดยมีการปรับปรุงเนื้อหารายวิชาทุก 5 ปี  หรือตามข้อเสนอแนะและผลการทวนสอบมาตรฐานผลสัมฤทธิ์รายวิชาของนักศึกษา