การทดสอบวัสดุวิศวกรรม
Engineering Material Testing
1.1 เพื่อให้นักศึกษาเข้าใจคุณสมบัติของวัสดุภายใต้ที่มากระทำในลักษณะต่าง ๆ
1.2 เพื่อให้นักศึกษาเข้าใจและเรียนรู้ถึงวิธีการใช้เครื่องมือในการทดสอบวัสดุวิศวกรรม
1.3 เพื่อให้นักศึกษามีทักษะในการทดสอบความแข็ง ความแข็งแรงของวัสดุในลักษณะต่าง ๆ
1.4 เพื่อให้นักศึกษามีกิจนิสัยในการวิเคราะห์คุณสมบัติทางโลหะวิทยาได้จากการทดสอบวัสดุ ได้
1.5 เพื่อให้นักศึกษามีเจตคติที่ดีและใช้ความรู้ทางคุณสมบัติของวัสดุวิศวกรรมและสามารถ เลือกใช้งานทางวิศวกรรมได้
1.2 เพื่อให้นักศึกษาเข้าใจและเรียนรู้ถึงวิธีการใช้เครื่องมือในการทดสอบวัสดุวิศวกรรม
1.3 เพื่อให้นักศึกษามีทักษะในการทดสอบความแข็ง ความแข็งแรงของวัสดุในลักษณะต่าง ๆ
1.4 เพื่อให้นักศึกษามีกิจนิสัยในการวิเคราะห์คุณสมบัติทางโลหะวิทยาได้จากการทดสอบวัสดุ ได้
1.5 เพื่อให้นักศึกษามีเจตคติที่ดีและใช้ความรู้ทางคุณสมบัติของวัสดุวิศวกรรมและสามารถ เลือกใช้งานทางวิศวกรรมได้
เพื่อให้นักศึกษามีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการและทฤษฎีที่สำคัญในเนื้อหาที่ศึกษาทางด้านการทดสอบวัสดุวิศวกรรม สามารถนำความรู้ที่ได้ไปแก้ไขปัญหาและประยุกต์กับวิชาชีพและให้สอดคล้องกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีใหม่ ๆ
ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับการทดสอบคุณสมบัติของวัสดุภายใต้แรงดึง แรงกด แรงเฉือน แรงบิด แรงกระแทก ความล้า ความแข็งและการทดสอบแบบไม่ทำลาย
- อาจารย์ประจำรายวิชาประกาศเวลาให้คำปรึกษาในชั่วโมงว่างของการเรียนหรือผ่านเวปไซต์ของสาขาฯ
- อาจารย์จัดเวลาให้คำปรึกษาเป็นรายบุคคล หรือรายกลุ่มตามความต้องการ 1-2 ชั่วโมง/สัปดาห์(เฉพาะรายที่ต้องการ)
- อาจารย์จัดเวลาให้คำปรึกษาเป็นรายบุคคล หรือรายกลุ่มตามความต้องการ 1-2 ชั่วโมง/สัปดาห์(เฉพาะรายที่ต้องการ)
2. ความรู้
2.1 ผลการเรียนรู้ด้านความรู้
นักศึกษาต้องมีความรู้เกี่ยวกับเนื้อหาสาระของรายวิชาที่ศึกษา ซึ่งประกอบกันขึ้นเป็นองค์ความรู้ที่จะพัฒนาความสามารถและทักษะของนักศึกษา ดังนั้นมาตรฐานความรู้ต้องครอบคลุมดังนี้
2.1.1 มีความรู้และความเข้าใจทางคณิตศาสตร์พื้นฐาน วิทยาศาสตร์พื้นฐาน วิศวกรรมพื้นฐาน และพื้นฐานทางด้านเศรษฐศาสตร์ เพื่อการประยุกต์ใช้กับงานทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ที่เกี่ยวข้องการสร้างนวัตกรรมทางเทคโนโลยี
2.1.2 มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการที่สำคัญทั้งในเชิงทฤษฎีและปฏิบัติในเนื้อหาของสาขาวิชาเฉพาะด้านทางวิศวกรรมอุตสาหการ
2.1.3 สามารถบูรณาการความรู้ในสาขาวิชาที่ศึกษากับความรู้ในศาสตร์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
2.1.4 สามารถวิเคราะห์และแก้ปัญหาด้วยวิธีการที่เหมาะสมรวมถึงประยุกต์ใช้เครื่องมือที่เหมาะสมได้
2.1.5 สามารถใช้ความรู้และทักษะในสาขาวิชาของตนในการประยุกต์แก้ไขปัญหาในงานจริง
ได้
2.2 กลยุทธ์การสอนที่ใช้พัฒนาการเรียนรู้ด้านความรู้
2.2.1 บรรยายหลักการ ทฤษฎีตามคำอธิบายรายวิชา อภิปรายระหว่างอาจารย์และนักศึกษา
2.2.2 ยกตัวอย่างการประยุกต์ใช้งานด้านการทดสอบวัสดุวิศวกรรม เพื่อให้นักศึกษาเข้าใจได้ดียิ่งขึ้น
2.2.3 มอบหมายงานให้ค้นหาบทความ ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง โดยนำมาสรุปและนำเสนอเป็นรายบุคคลหรือเป็นกลุ่ม โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
2.2.4 มอบหมายงานให้นักศึกษาเป็นกลุ่มให้นักศึกษาทำตามเงื่อนไขของรายวิชา
2.2.4 สรุปเนื้อหาบทเรียน
2.3 กลยุทธ์การประเมินผลการเรียนรู้ด้านความรู้
ประเมินจากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการปฏิบัติของนักศึกษาในด้านต่าง ๆ คือ
2.3.1 ตรวจแบบฝึกหัด ทดสอบย่อย สอบกลางภาค สอบปลายภาค ด้วยข้อสอบที่เน้นการวัดหลักการและทฤษฏี
2.3.2 ประเมินจากการถามตอบในชั้นเรียน และการนำเสนอผลการค้นคว้าข้อมูล
2.3.3 ประเมินจากผลงานของนักศึกษาที่ได้รับมอบหมาย
2.1 ผลการเรียนรู้ด้านความรู้
นักศึกษาต้องมีความรู้เกี่ยวกับเนื้อหาสาระของรายวิชาที่ศึกษา ซึ่งประกอบกันขึ้นเป็นองค์ความรู้ที่จะพัฒนาความสามารถและทักษะของนักศึกษา ดังนั้นมาตรฐานความรู้ต้องครอบคลุมดังนี้
2.1.1 มีความรู้และความเข้าใจทางคณิตศาสตร์พื้นฐาน วิทยาศาสตร์พื้นฐาน วิศวกรรมพื้นฐาน และพื้นฐานทางด้านเศรษฐศาสตร์ เพื่อการประยุกต์ใช้กับงานทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ที่เกี่ยวข้องการสร้างนวัตกรรมทางเทคโนโลยี
2.1.2 มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการที่สำคัญทั้งในเชิงทฤษฎีและปฏิบัติในเนื้อหาของสาขาวิชาเฉพาะด้านทางวิศวกรรมอุตสาหการ
2.1.3 สามารถบูรณาการความรู้ในสาขาวิชาที่ศึกษากับความรู้ในศาสตร์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
2.1.4 สามารถวิเคราะห์และแก้ปัญหาด้วยวิธีการที่เหมาะสมรวมถึงประยุกต์ใช้เครื่องมือที่เหมาะสมได้
2.1.5 สามารถใช้ความรู้และทักษะในสาขาวิชาของตนในการประยุกต์แก้ไขปัญหาในงานจริง
ได้
2.2 กลยุทธ์การสอนที่ใช้พัฒนาการเรียนรู้ด้านความรู้
2.2.1 บรรยายหลักการ ทฤษฎีตามคำอธิบายรายวิชา อภิปรายระหว่างอาจารย์และนักศึกษา
2.2.2 ยกตัวอย่างการประยุกต์ใช้งานด้านการทดสอบวัสดุวิศวกรรม เพื่อให้นักศึกษาเข้าใจได้ดียิ่งขึ้น
2.2.3 มอบหมายงานให้ค้นหาบทความ ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง โดยนำมาสรุปและนำเสนอเป็นรายบุคคลหรือเป็นกลุ่ม โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
2.2.4 มอบหมายงานให้นักศึกษาเป็นกลุ่มให้นักศึกษาทำตามเงื่อนไขของรายวิชา
2.2.4 สรุปเนื้อหาบทเรียน
2.3 กลยุทธ์การประเมินผลการเรียนรู้ด้านความรู้
ประเมินจากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการปฏิบัติของนักศึกษาในด้านต่าง ๆ คือ
2.3.1 ตรวจแบบฝึกหัด ทดสอบย่อย สอบกลางภาค สอบปลายภาค ด้วยข้อสอบที่เน้นการวัดหลักการและทฤษฏี
2.3.2 ประเมินจากการถามตอบในชั้นเรียน และการนำเสนอผลการค้นคว้าข้อมูล
2.3.3 ประเมินจากผลงานของนักศึกษาที่ได้รับมอบหมาย
3. ทักษะทางปัญญา
3.1 ผลการเรียนรู้ด้านทักษะทางปัญญา
นักศึกษาต้องได้รับการพัฒนาทักษะทางปัญญาควบคู่กับคุณธรรมและจริยธรรมและความรู้ทางด้านวิชาชีพ โดยกระบวนการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นให้นักศึกษารู้จักคิดหาเหตุผล เข้าใจที่มาและสาเหตุของปัญหา แนวคิดและวิธีการแก้ปัญหาด้วยตนเอง ดังนั้นมาตรฐานทักษะทางปัญญาต้องครอบคลุมดังนี้
3.1.1 พัฒนาความสามารถในการคิด วิเคราะห์และแก้ไขปัญหาด้านวิศวกรรมได้อย่างมีระบบอย่างเป็นระบบ รวมถึงการใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการทำงานอย่างมีวิจารณญาณที่ดีและได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3.1.2 สามารถสืบค้นข้อมูลและแสวงหาความรู้เพิ่มเติมได้ด้วยตนเอง เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของความรู้และเทคโนโลยีใหม่ ๆ
3.1.3 สามารถรวบรวม ศึกษา วิเคราะห์และสรุปประเด็นปัญหาและความต้องการ
3.1.4 มีจินตนาการและความยืดหยุ่นในการปรับใช้องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสมใน
การพัฒนานวัตกรรมหรือต่อยอดองค์ความรู้จากเดิมได้อย่างสร้างสรรค์
3.2 กลยุทธ์การสอนที่ใช้ในการพัฒนาการเรียนรู้ด้านทักษะทางปัญญา
3.2.1 การมอบหมายงานให้นักศึกษาทำรายงานเฉพาะบุคคลหรือกลุ่มตามเงื่อนไขของรายวิชาและการนำเสนอผลงาน
3.2.2 ให้นักศึกษาวิเคราะห์งาน สามารถแสดงแนวความคิดและอภิปรายกลุ่มในเชิงสร้างสรรค์
ได้
3.3 กลยุทธ์การประเมินผลการเรียนรู้ด้านทักษะทางปัญญา
3.3.1 วัดผลพิจารณาจากผลงาน การทำรายงานเฉพาะบุคคลหรือกลุ่มและการนำเสนอผลงานที่ได้รับมอบหมาย
3.3.2 สอบกลางภาคและปลายภาค
3.1 ผลการเรียนรู้ด้านทักษะทางปัญญา
นักศึกษาต้องได้รับการพัฒนาทักษะทางปัญญาควบคู่กับคุณธรรมและจริยธรรมและความรู้ทางด้านวิชาชีพ โดยกระบวนการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นให้นักศึกษารู้จักคิดหาเหตุผล เข้าใจที่มาและสาเหตุของปัญหา แนวคิดและวิธีการแก้ปัญหาด้วยตนเอง ดังนั้นมาตรฐานทักษะทางปัญญาต้องครอบคลุมดังนี้
3.1.1 พัฒนาความสามารถในการคิด วิเคราะห์และแก้ไขปัญหาด้านวิศวกรรมได้อย่างมีระบบอย่างเป็นระบบ รวมถึงการใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการทำงานอย่างมีวิจารณญาณที่ดีและได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3.1.2 สามารถสืบค้นข้อมูลและแสวงหาความรู้เพิ่มเติมได้ด้วยตนเอง เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิตและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของความรู้และเทคโนโลยีใหม่ ๆ
3.1.3 สามารถรวบรวม ศึกษา วิเคราะห์และสรุปประเด็นปัญหาและความต้องการ
3.1.4 มีจินตนาการและความยืดหยุ่นในการปรับใช้องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสมใน
การพัฒนานวัตกรรมหรือต่อยอดองค์ความรู้จากเดิมได้อย่างสร้างสรรค์
3.2 กลยุทธ์การสอนที่ใช้ในการพัฒนาการเรียนรู้ด้านทักษะทางปัญญา
3.2.1 การมอบหมายงานให้นักศึกษาทำรายงานเฉพาะบุคคลหรือกลุ่มตามเงื่อนไขของรายวิชาและการนำเสนอผลงาน
3.2.2 ให้นักศึกษาวิเคราะห์งาน สามารถแสดงแนวความคิดและอภิปรายกลุ่มในเชิงสร้างสรรค์
ได้
3.3 กลยุทธ์การประเมินผลการเรียนรู้ด้านทักษะทางปัญญา
3.3.1 วัดผลพิจารณาจากผลงาน การทำรายงานเฉพาะบุคคลหรือกลุ่มและการนำเสนอผลงานที่ได้รับมอบหมาย
3.3.2 สอบกลางภาคและปลายภาค
4. ทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ
4.1 ทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ ที่ต้องพัฒนา
4.1.1 สามารถสื่อสารกับกลุ่มคนที่หลากหลาย และสามารถสนทนาทั้งภาษาไทยและภาษา
ต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถใช้ความรู้ในสาขาวิชาชีพมาสื่อสารต่อสังคม
ได้ในประเด็นที่เหมาะสม
4.1.2 สามารถวางแผนและรับผิดชอบในการพัฒนาการเรียนรู้ทั้งของตนเอง และสอดคล้องกับ
ทางวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง
4.1.3 รู้จักบทบาท หน้าที่ และมีความรับผิดชอบในการทำงานตามที่มอบหมาย ทั้งงานบุคคล
และงานกลุ่ม สามารถปรับตัวและทำงานร่วมกับผู้อื่นทั้งในฐานะผู้นำและผู้ตามได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ สามารถวางตัวได้อย่างเหมาะสมกับความรับผิดชอบ
4.1.4 มีจิตสำนึกต่อความรับผิดชอบด้านความปลอดภัยในการทำงาน และการรักษา
สภาพแวดล้อมต่อสังคม
4.2 กลยุทธ์การสอนที่ใช้ในการพัฒนาการเรียนรู้ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ
4.2.1 ส่งเสริมให้มีกิจกรรมกลุ่มที่แสดงออกถึงการมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี
4.2.2 ส่งเสริมการนำเสนอผลงานหรือกิจกรรมทางวิชาการ
4.2.3 กำหนดบทบาท หน้าที่ การทำงานเป็นทีม ช่วยเหลือและเอื้อต่อการแก้ไขข้อขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์
4.2.4 ส่งเสริมให้มีกิจกรรมการบริการทางวิชาการต่อสังคม
4.3 กลยุทธ์การประเมินผลการเรียนรู้ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ
4.3.1 ประเมินพฤติกรรมจากการแสดงออกถึงการมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี
4.3.2 ประเมินผลการนำเสนอผลงาน
4.3.3 ประเมินผลการทำงานเป็นทีมตามที่ได้รับมอบหมาย
4.1 ทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ ที่ต้องพัฒนา
4.1.1 สามารถสื่อสารกับกลุ่มคนที่หลากหลาย และสามารถสนทนาทั้งภาษาไทยและภาษา
ต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถใช้ความรู้ในสาขาวิชาชีพมาสื่อสารต่อสังคม
ได้ในประเด็นที่เหมาะสม
4.1.2 สามารถวางแผนและรับผิดชอบในการพัฒนาการเรียนรู้ทั้งของตนเอง และสอดคล้องกับ
ทางวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง
4.1.3 รู้จักบทบาท หน้าที่ และมีความรับผิดชอบในการทำงานตามที่มอบหมาย ทั้งงานบุคคล
และงานกลุ่ม สามารถปรับตัวและทำงานร่วมกับผู้อื่นทั้งในฐานะผู้นำและผู้ตามได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ สามารถวางตัวได้อย่างเหมาะสมกับความรับผิดชอบ
4.1.4 มีจิตสำนึกต่อความรับผิดชอบด้านความปลอดภัยในการทำงาน และการรักษา
สภาพแวดล้อมต่อสังคม
4.2 กลยุทธ์การสอนที่ใช้ในการพัฒนาการเรียนรู้ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ
4.2.1 ส่งเสริมให้มีกิจกรรมกลุ่มที่แสดงออกถึงการมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี
4.2.2 ส่งเสริมการนำเสนอผลงานหรือกิจกรรมทางวิชาการ
4.2.3 กำหนดบทบาท หน้าที่ การทำงานเป็นทีม ช่วยเหลือและเอื้อต่อการแก้ไขข้อขัดแย้งอย่างสร้างสรรค์
4.2.4 ส่งเสริมให้มีกิจกรรมการบริการทางวิชาการต่อสังคม
4.3 กลยุทธ์การประเมินผลการเรียนรู้ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ
4.3.1 ประเมินพฤติกรรมจากการแสดงออกถึงการมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี
4.3.2 ประเมินผลการนำเสนอผลงาน
4.3.3 ประเมินผลการทำงานเป็นทีมตามที่ได้รับมอบหมาย
5. ทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสารและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
5.1 ผลการเรียนรู้ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
ในปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศมีความสำคัญในชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพ นักศึกษาต้องมีความรู้และมีทักษะเกี่ยวกับการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเป็นเครื่องมือในการปฏิบัติงาน การติดต่อสื่อสารและการพัฒนาตนเอง ดังนั้นอาจารย์ผู้สอนต้องฝึกให้นักศึกษามีคุณสมบัติดังนี้
5.1.1 มีทักษะในการเลือกใช้วิธีการและเครื่องมือในการวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารทั้งที่เป็นตัวเลขเชิงสถิติคณิตศาสตร์ ภาษาพูดและภาษาเขียนอันมีผลทำให้สามารถเข้าใจองค์ความรู้หรือประเด็นปัญหาได้อย่างรวดเร็ว
5.1.2 สามารถใช้ดุลยพินิจในการสืบค้น วิเคราะห์ ประมวลผล แปลความหมายและ ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม
5.1.3 พัฒนาทักษะในการนำเสนอรายงานโดยใช้รูปแบบ เครื่องมือ และเทคโนโลยีที่เหมาะสม
5.2 กลยุทธ์การสอนที่ใช้ในการพัฒนาการเรียนรู้ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
5.2.1 ติดตามข้อมูลข่าวสารประเด็นสำคัญด้านวิชาการจากระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
5.2.2 วิเคราะห์และแปลความหมายจากข้อมูลข่าวสาร
5.2.3 นำเสนอรายงานด้านวิชาการโดยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
5.3 กลยุทธ์การประเมินผลการเรียนรู้ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
5.3.1 ความสามารถในการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในการติดตามข้อมูลข่าวสาร
5.3.2 ความสามารถในการวิเคราะห์และแปลความหมาย
5.3.3 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการนำเสนอผลงาน
5.3.4 จรรยามารยาทในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์และวัฒนธรรมสากล
6. ด้านทักษะการจัดการเรียนรู้
6.1 ผลการเรียนรู้ด้านทักษะการจัดการเรียนรู้
การทำงานในสถานศึกษา สถานประกอบการ หรือการประกอบอาชีพอิสระนั้นส่วนใหญ่จะเน้นในด้านทักษะการปฏิบัติ การวางแผน การออกแบบ การทดสอบ และการปรับปรุงแก้ไข รวมถึงการมีทักษะการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับเนื้อหาและสภาพของกลุ่มผู้เรียนที่หลากหลายตามสภาพจริง ดังนั้นในการเรียนการสอนจึงต้องมุ่งเน้นการสร้างทักษะการปฏิบัติงานและการจัดการเรียนรู้ดังต่อไปนี้
6.1.1 แสดงออกถึงการมีทักษะในการจัดการเรียนรู้ด้านการปฏิบัติงานในวิชาชีพเฉพาะ วิชาชีพครู การบริหารจัดการในด้านเวลา เครื่องมือ อุปกรณ์และวิธีการ ที่มีรูปแบบหลากหลายอย่างบูรณาการและสร้างสรรค์
6.1.2 แสดงออกถึงการมีทักษะในการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบการสอนรวมถึงประยุกต์วิธีการสอนได้อย่างบูรณาการที่เหมาะสมกับเนื้อหาและสภาพของกลุ่มผู้เรียนที่หลากหลายอย่างมีนวัตกรรม
6.2 กลยุทธ์การสอนที่ใช้พัฒนาการเรียนรู้ด้านทักษะการจัดการเรียนรู้
6.2.1 สร้างทักษะในการปฏิบัติงาน
6.2.2 สาธิตการปฏิบัติการโดยผู้เชี่ยวชาญ
6.2.3 สนับสนุนการเข้าประกวดทักษะด้านการปฏิบัติ
6.2.4 จัดนิทรรศการแสดงผลงานของนักศึกษา
6.2.5 สนับสนุนการจัดทำโครงงาน
6.2.6 การฝึกงานในสถานประกอบการ
6.2.7 การปฏิบัติประสบการณ์วิชาชีพครู
6.3 กลยุทธ์การประเมินผลการเรียนรู้ด้านการจัดการเรียนรู้
6.3.1 ประเมินจากกิจนิสัยในการปฏิบัติงาน
6.3.2 ประเมินผลทักษะในการปฏิบัติงาน
5.1 ผลการเรียนรู้ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
ในปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศมีความสำคัญในชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพ นักศึกษาต้องมีความรู้และมีทักษะเกี่ยวกับการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเป็นเครื่องมือในการปฏิบัติงาน การติดต่อสื่อสารและการพัฒนาตนเอง ดังนั้นอาจารย์ผู้สอนต้องฝึกให้นักศึกษามีคุณสมบัติดังนี้
5.1.1 มีทักษะในการเลือกใช้วิธีการและเครื่องมือในการวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารทั้งที่เป็นตัวเลขเชิงสถิติคณิตศาสตร์ ภาษาพูดและภาษาเขียนอันมีผลทำให้สามารถเข้าใจองค์ความรู้หรือประเด็นปัญหาได้อย่างรวดเร็ว
5.1.2 สามารถใช้ดุลยพินิจในการสืบค้น วิเคราะห์ ประมวลผล แปลความหมายและ ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม
5.1.3 พัฒนาทักษะในการนำเสนอรายงานโดยใช้รูปแบบ เครื่องมือ และเทคโนโลยีที่เหมาะสม
5.2 กลยุทธ์การสอนที่ใช้ในการพัฒนาการเรียนรู้ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
5.2.1 ติดตามข้อมูลข่าวสารประเด็นสำคัญด้านวิชาการจากระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
5.2.2 วิเคราะห์และแปลความหมายจากข้อมูลข่าวสาร
5.2.3 นำเสนอรายงานด้านวิชาการโดยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
5.3 กลยุทธ์การประเมินผลการเรียนรู้ด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสาร และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ
5.3.1 ความสามารถในการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในการติดตามข้อมูลข่าวสาร
5.3.2 ความสามารถในการวิเคราะห์และแปลความหมาย
5.3.3 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการนำเสนอผลงาน
5.3.4 จรรยามารยาทในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างเหมาะสมกับสถานการณ์และวัฒนธรรมสากล
6. ด้านทักษะการจัดการเรียนรู้
6.1 ผลการเรียนรู้ด้านทักษะการจัดการเรียนรู้
การทำงานในสถานศึกษา สถานประกอบการ หรือการประกอบอาชีพอิสระนั้นส่วนใหญ่จะเน้นในด้านทักษะการปฏิบัติ การวางแผน การออกแบบ การทดสอบ และการปรับปรุงแก้ไข รวมถึงการมีทักษะการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับเนื้อหาและสภาพของกลุ่มผู้เรียนที่หลากหลายตามสภาพจริง ดังนั้นในการเรียนการสอนจึงต้องมุ่งเน้นการสร้างทักษะการปฏิบัติงานและการจัดการเรียนรู้ดังต่อไปนี้
6.1.1 แสดงออกถึงการมีทักษะในการจัดการเรียนรู้ด้านการปฏิบัติงานในวิชาชีพเฉพาะ วิชาชีพครู การบริหารจัดการในด้านเวลา เครื่องมือ อุปกรณ์และวิธีการ ที่มีรูปแบบหลากหลายอย่างบูรณาการและสร้างสรรค์
6.1.2 แสดงออกถึงการมีทักษะในการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบการสอนรวมถึงประยุกต์วิธีการสอนได้อย่างบูรณาการที่เหมาะสมกับเนื้อหาและสภาพของกลุ่มผู้เรียนที่หลากหลายอย่างมีนวัตกรรม
6.2 กลยุทธ์การสอนที่ใช้พัฒนาการเรียนรู้ด้านทักษะการจัดการเรียนรู้
6.2.1 สร้างทักษะในการปฏิบัติงาน
6.2.2 สาธิตการปฏิบัติการโดยผู้เชี่ยวชาญ
6.2.3 สนับสนุนการเข้าประกวดทักษะด้านการปฏิบัติ
6.2.4 จัดนิทรรศการแสดงผลงานของนักศึกษา
6.2.5 สนับสนุนการจัดทำโครงงาน
6.2.6 การฝึกงานในสถานประกอบการ
6.2.7 การปฏิบัติประสบการณ์วิชาชีพครู
6.3 กลยุทธ์การประเมินผลการเรียนรู้ด้านการจัดการเรียนรู้
6.3.1 ประเมินจากกิจนิสัยในการปฏิบัติงาน
6.3.2 ประเมินผลทักษะในการปฏิบัติงาน
| กิจกรรมที่ | ผลการเรียนรู้ * | วิธีการประเมินผลนักศึกษา | สัปดาห์ที่ประเมิน | สัดส่วนของการประเมินผล |
|---|---|---|---|---|
| 1 | 1.1-1.3 / 2.1-2.3 / 3.1-3.2 / 4.1-4.4 / 5.1-5.2 / 6.1 | สอบกลางภาค สอบปลายภาค (ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ) | 8 17 | 50% |
| 2 | 1.1-1.3 / 2.1-2.3 / 3.1-3.2 / 4.1-4.4 / 5.1-5.2 / 6.1 | รายงาน / การส่งงานตามที่มอบหมาย / ปฏิบัติงานตามที่มอบหมาย / การมีส่วนร่วม / อภิปราย / เสนอความคิดเห็นในชั้นเรียน | ตลอดภาคการศึกษา | 40% |
| 3 | 1.3 | การเข้าชั้นเรียน การมีส่วนร่วม อภิปราย เสนอความคิดเห็นในชั้นเรียน | ตลอดภาคการศึกษา | 10% |
1. หนังสือ ตำรา และเอกสารประกอบการสอนหลัก
2547. กรุงเทพฯ : ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. อภิชาติ ชัยกลาง 2549. การทดสอบวัสดุวิศวกรรม เชียงใหม่ : มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา วิทยาเขตภาคพายัพ. การทดสอบวัสดุ กรุงเทพฯ : ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. มนัส สถิรจินดา. 2531. วิศวกรรมการอบชุบเหล็ก (Iron & Steel Heat – Treatment Engineering). กรุงเทพฯ : วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ มนัส สถิรจินดา. 2529. เหล็กกล้า (Steel). กรุงเทพฯ : วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระ- บรมราชูปถัมภ์. วริทธิ์ อึ๊งภากรณ์ และ ชาญ ถนัดงาน. 2537. การออกแบบเครื่องจักรกล 1. กรุงเทพฯ : บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด. วีระพันธ์ สิทธิพงศ์. 2532. โลหะวิทยากายภาพสำหรับวิศวกร 1. กรุงเทพฯ : นิยมวิทยา. American Society for Metals. 1995. ASM Handbook Volume 9 : Metallography and Microstructures. 6th ed. Materials Park, Ohio : ASM International. American Society for Metals. 1996. ASM Handbook Volume 15 : Casting. 6th ed. Materials Park, Ohio : ASM International. Askeland, Donald R. and Webster, P. 1990. The Science and Engineering of Materials. 2nd ed. London : Chapman & Hall. Avner, Sidney H. 1974. Introduction to Physical Metallurgy. 2nd ed. N.Y. : McGraw – Hill Book Company. Bramfitt, Bruce L. and Benscoter, Arlan O. 2002. Metallographer’s Guide : Practices and Procedures for Irons and Steels. Ohio : ASM International. Callister, William D. 1985. Materials Science and Engineering : An Introduction. New York : John Wiley & Sons.
2. เอกสาร และข้อมูลสำคัญ
Brown, John R., [editor]. 2000. Foseco Ferrous Foundryman’s Handbook. Oxford : Butterworth
Heinemann.
Baker, Hugh. 1992. ASM Handbook Volume 3 : Alloy Phase Diagrams. Ohio : ASM International.
Cullity, B.D. 1978. Elements of X – Ray Diffraction. 2 nd ed. Massachusetts : Addison Wesley.
Japanese Standards Association. 1999. JIS Handbook : Ferrous Materials & Metallurgy. Tokyo :
Japanese Standards Association.
Jastrzebski, Z.D. 1987. The Nature and Properties of Engineering Materials.
New York : John
Wiley.
3. เอกสาร และข้อมูลแนะนำ
http://www.metallographic.com เว็บไซต์เกี่ยวกับอุปกรณ์และเครื่องมือทางโลหะวิทยา
http://www.testinginstrument.com เว็บไซต์เกี่ยวกับอุปกรณ์และเครื่องมือทางโลหะวิทยา
http://www.tpub.com/ เว็บไซต์เกี่ยวกับอุณหภูมิ
http://www.metallography.com เว็บไซต์เกี่ยวกับโครงสร้างโลหะ
http://www.asminternational.org เว็บไซต์หนังสือของ ASM
http://www.microscopy-today.com เว็บไซต์เกี่ยวกับโครงสร้างโลหะ
http://www.formatex.org เว็บไซต์งานวิจัยและการวิเคราะห์โครงสร้างโลหะ
http://www.internationalmetallographicsociety.org เว็บไซต์เกี่ยวกับทางด้าน โลหะวิทยา
2547. กรุงเทพฯ : ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. อภิชาติ ชัยกลาง 2549. การทดสอบวัสดุวิศวกรรม เชียงใหม่ : มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา วิทยาเขตภาคพายัพ. การทดสอบวัสดุ กรุงเทพฯ : ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. มนัส สถิรจินดา. 2531. วิศวกรรมการอบชุบเหล็ก (Iron & Steel Heat – Treatment Engineering). กรุงเทพฯ : วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ มนัส สถิรจินดา. 2529. เหล็กกล้า (Steel). กรุงเทพฯ : วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระ- บรมราชูปถัมภ์. วริทธิ์ อึ๊งภากรณ์ และ ชาญ ถนัดงาน. 2537. การออกแบบเครื่องจักรกล 1. กรุงเทพฯ : บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด. วีระพันธ์ สิทธิพงศ์. 2532. โลหะวิทยากายภาพสำหรับวิศวกร 1. กรุงเทพฯ : นิยมวิทยา. American Society for Metals. 1995. ASM Handbook Volume 9 : Metallography and Microstructures. 6th ed. Materials Park, Ohio : ASM International. American Society for Metals. 1996. ASM Handbook Volume 15 : Casting. 6th ed. Materials Park, Ohio : ASM International. Askeland, Donald R. and Webster, P. 1990. The Science and Engineering of Materials. 2nd ed. London : Chapman & Hall. Avner, Sidney H. 1974. Introduction to Physical Metallurgy. 2nd ed. N.Y. : McGraw – Hill Book Company. Bramfitt, Bruce L. and Benscoter, Arlan O. 2002. Metallographer’s Guide : Practices and Procedures for Irons and Steels. Ohio : ASM International. Callister, William D. 1985. Materials Science and Engineering : An Introduction. New York : John Wiley & Sons.
2. เอกสาร และข้อมูลสำคัญ
Brown, John R., [editor]. 2000. Foseco Ferrous Foundryman’s Handbook. Oxford : Butterworth
Heinemann.
Baker, Hugh. 1992. ASM Handbook Volume 3 : Alloy Phase Diagrams. Ohio : ASM International.
Cullity, B.D. 1978. Elements of X – Ray Diffraction. 2 nd ed. Massachusetts : Addison Wesley.
Japanese Standards Association. 1999. JIS Handbook : Ferrous Materials & Metallurgy. Tokyo :
Japanese Standards Association.
Jastrzebski, Z.D. 1987. The Nature and Properties of Engineering Materials.
New York : John
Wiley.
3. เอกสาร และข้อมูลแนะนำ
http://www.metallographic.com เว็บไซต์เกี่ยวกับอุปกรณ์และเครื่องมือทางโลหะวิทยา
http://www.testinginstrument.com เว็บไซต์เกี่ยวกับอุปกรณ์และเครื่องมือทางโลหะวิทยา
http://www.tpub.com/ เว็บไซต์เกี่ยวกับอุณหภูมิ
http://www.metallography.com เว็บไซต์เกี่ยวกับโครงสร้างโลหะ
http://www.asminternational.org เว็บไซต์หนังสือของ ASM
http://www.microscopy-today.com เว็บไซต์เกี่ยวกับโครงสร้างโลหะ
http://www.formatex.org เว็บไซต์งานวิจัยและการวิเคราะห์โครงสร้างโลหะ
http://www.internationalmetallographicsociety.org เว็บไซต์เกี่ยวกับทางด้าน โลหะวิทยา
1. กลยุทธ์การประเมินประสิทธิผลของรายวิชาโดยนักศึกษา
การประเมินประสิทธิผลรายวิชานี้ ที่จัดทำโดยนักศึกษา ได้จัดกิจกรรมในการนำแนวคิดและความเห็นจากนักศึกษาได้ดังนี้
การสนทนากลุ่มระหว่างผู้สอนและผู้เรียน แบบประเมินผู้สอน และแบบประเมินรายวิชา 2. กลยุทธ์การประเมินการสอน
ในการเก็บข้อมูลเพื่อประเมินการสอน ได้มีกลยุทธ์ ดังนี้
2.1 การสังเกตการณ์สอนของผู้สอน
2.2 ผลการเรียนของนักศึกษา
2.3 การทวนสอบผลประเมินการเรียนรู้ 3. การปรับปรุงการสอน
หลังจากผลการประเมินการสอนในข้อ 2 จึงมีการปรับปรุงการสอน โดยหาข้อมูลเพิ่มเติมในการปรับปรุงการสอน ดังนี้
3.1 สัมมนาการจัดการเรียนการสอน
3.2 การวิจัยในและนอกชั้นเรียน 4. การทวนสอบมาตรฐานผลสัมฤทธิ์ของนักศึกษาในรายวิชา
ในระหว่างกระบวนการสอนรายวิชา มีการทวนสอบผลสัมฤทธิ์ในรายหัวข้อ ตามที่คาดหวังจากการเรียนรู้ในวิชา ได้จาก การสอบถามนักศึกษา หรือการสุ่มตรวจผลงานของนักศึกษา รวมถึงพิจารณาจากผลการทดสอบย่อย และหลังการออกผลการเรียนรายวิชา มีการทวนสอบผลสัมฤทธิ์โดยรวมในวิชาได้ดังนี้
4.1 มีการตั้งคณะกรรมการในสาขาวิชา ตรวจสอบผลการประเมินการเรียนรู้ของนักศึกษา โดยตรวจสอบข้อสอบ รายงาน วิธีการให้คะแนนสอบ และการให้คะแนนพฤติกรรม
4.2 การทวนสอบการให้คะแนนจากการสุ่มตรวจผลงานของนักศึกษาโดยอาจารย์อื่น หรือผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ไม่ใช่อาจารย์ประจำหลักสูตร 5. การดำเนินการทบทวนและวางแผนปรับปรุงประสิทธิผลของรายวิชา
จากผลการประเมิน และทวนสอบผลสัมฤทธิ์ประสิทธิผลรายวิชา ได้มีการวางแผนการปรับปรุงการสอนและรายละเอียดวิชา เพื่อให้เกิดคุณภาพมากขึ้น ดังนี้
5.1 ปรับปรุงเทคนิควิธีการสอน เพื่อให้นักศึกษามีมุมมองในเรื่องการประยุกต์ความรู้ด้วยวิธีการต่าง ๆ
5.2 ปรับปรุงรายวิชาทุก 3 ปี หรือตามข้อเสนอแนะและผลการทวนสอบมาตรฐานผลสัมฤทธิ์ตามข้อ 4
การประเมินประสิทธิผลรายวิชานี้ ที่จัดทำโดยนักศึกษา ได้จัดกิจกรรมในการนำแนวคิดและความเห็นจากนักศึกษาได้ดังนี้
การสนทนากลุ่มระหว่างผู้สอนและผู้เรียน แบบประเมินผู้สอน และแบบประเมินรายวิชา 2. กลยุทธ์การประเมินการสอน
ในการเก็บข้อมูลเพื่อประเมินการสอน ได้มีกลยุทธ์ ดังนี้
2.1 การสังเกตการณ์สอนของผู้สอน
2.2 ผลการเรียนของนักศึกษา
2.3 การทวนสอบผลประเมินการเรียนรู้ 3. การปรับปรุงการสอน
หลังจากผลการประเมินการสอนในข้อ 2 จึงมีการปรับปรุงการสอน โดยหาข้อมูลเพิ่มเติมในการปรับปรุงการสอน ดังนี้
3.1 สัมมนาการจัดการเรียนการสอน
3.2 การวิจัยในและนอกชั้นเรียน 4. การทวนสอบมาตรฐานผลสัมฤทธิ์ของนักศึกษาในรายวิชา
ในระหว่างกระบวนการสอนรายวิชา มีการทวนสอบผลสัมฤทธิ์ในรายหัวข้อ ตามที่คาดหวังจากการเรียนรู้ในวิชา ได้จาก การสอบถามนักศึกษา หรือการสุ่มตรวจผลงานของนักศึกษา รวมถึงพิจารณาจากผลการทดสอบย่อย และหลังการออกผลการเรียนรายวิชา มีการทวนสอบผลสัมฤทธิ์โดยรวมในวิชาได้ดังนี้
4.1 มีการตั้งคณะกรรมการในสาขาวิชา ตรวจสอบผลการประเมินการเรียนรู้ของนักศึกษา โดยตรวจสอบข้อสอบ รายงาน วิธีการให้คะแนนสอบ และการให้คะแนนพฤติกรรม
4.2 การทวนสอบการให้คะแนนจากการสุ่มตรวจผลงานของนักศึกษาโดยอาจารย์อื่น หรือผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ไม่ใช่อาจารย์ประจำหลักสูตร 5. การดำเนินการทบทวนและวางแผนปรับปรุงประสิทธิผลของรายวิชา
จากผลการประเมิน และทวนสอบผลสัมฤทธิ์ประสิทธิผลรายวิชา ได้มีการวางแผนการปรับปรุงการสอนและรายละเอียดวิชา เพื่อให้เกิดคุณภาพมากขึ้น ดังนี้
5.1 ปรับปรุงเทคนิควิธีการสอน เพื่อให้นักศึกษามีมุมมองในเรื่องการประยุกต์ความรู้ด้วยวิธีการต่าง ๆ
5.2 ปรับปรุงรายวิชาทุก 3 ปี หรือตามข้อเสนอแนะและผลการทวนสอบมาตรฐานผลสัมฤทธิ์ตามข้อ 4
